Archive for the ‘สินค้าและบริการ’ Category

ประโยชน์ของเสียงดนตรีมีมากมายที่เราอาจจะยังไม่รู้

Tuesday, January 24th, 2017

children listening to music

 

- การดูคอนเสิร์ตช่วยเยียวยาคนป่วยได้

ไม่นานมานี้เราได้นำเสนอเรื่องของการไปฟังเพลงสดๆ ในคอนเสิร์ตว่ามันส่งผลให้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ป่วยมะเร็งมีอาการที่ดีขึ้นทั้งทางจิตใจ และร่างกายที่ดูแข็งแรงไม่อิดโรย ซึ่งเราเชื่อว่าเมื่อจิตใจของเราดีแล้ว อะไรๆ ก็ดีตามขึ้นได้ บางช่วงที่เครียดๆ หลายคนถึงกับทรุดป่วยเลยก็มีเขาถึงบอกให้รักษาจิตใจของตนเองไว้ให้ดี อะไรก็ดีตาม

- ยืดอายุของสมองไม่ให้แก่ตามวัย

การฟังเพลงช่วยให้สุขภาพสมองดีขึ้น ซึ่งผลการศึกษานี้ได้ทดลองทำการวิจัยกับผู้สูงอายุพบว่าการฟังเพลงนั้นเปรียบได้กับการบริหารสมอง และทำให้ระบบความจำของผู้สูงอายุดีขึ้น รวมไปถึงผู้ที่สมองได้รับการกระทบกระเทือน การฟังเพลงนั้นเป็นตัวช่วยหนึ่งในสร้างภาพความทรงจำเก่าๆ ของพวกเขาให้กลับมา

- ช่วยในเรื่องอัตราการเต้นของหัวใจ และระบบหมุนเวียนโลหิต

มีการพิสูจน์ มีผลงานวิจัยอยู่หนึ่งชิ้นที่ได้ทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นโรคหัวใจ ด้วยการให้พวกเขาฟังเพลงที่ชื่นชอบ โดยขณะที่ฟังเพลงอยู่นั้นร่างกายได้หลั่งสารเอ็นโดฟินออกมาซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องการทำงานของหลอดเลือด ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้น รวมไปถึงกลุ่มผู้ป่วยที่พักฟื้นจากการผ่าตัดมีความรู้สึกเจ็บน้อยลงเมื่อได้ฟังเพลงโปรด

- แก้ปัญหาการนอนไม่หลับ ช่วยให้นอนหลับอย่างมีคุณภาพ

การเลือกฟังเพลงที่คุณชื่นชอบสามารถปรับความรู้สึกของคุณให้คิดบวกได้ หลายครั้งที่การนอนไม่หลับเกิดจากความตึงเครียด ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจทำงานได้ไม่ดี การได้ฟังเพลงดีๆ ก่อนนอนสามารถช่วยปรับอารมณ์ของคนที่รู้สึกกังวลใจ หรือพารานอยด์ให้หลับได้ดีขึ้น แถมยังนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพอีกด้วย

ประโยชน์ของการฟังเพลง

Monday, January 9th, 2017

 

%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87ประโยชน์ของการฟังเพลงที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ไม่ได้แค่ช่วยให้เรามีความสุขมากขึ้นเท่านั้นนะคะ แต่ประโยชน์ด้านสุขภาพจากการฟังเพลง ยังมีอีกเยอะจนน่าทึ่ง !

เคยฟังเพลงจังหวะสนุกแล้วรู้สึกครึกครื้นขึ้นมาทันทีบ้างไหมคะ หรือใครที่กำลังเศร้าอยู่พอฟังเพลงเศร้าก็กลับรู้สึกดีขึ้นมาซะอย่างนั้น ซึ่งก็เท่ากับว่าแม้เราจะตกอยู่ในห้วงอารมณ์ไหน เสียงเพลงก็ช่วยขับกล่อมให้จิตใจรู้สึกดีขึ้นได้ตลอด แต่คนรักเสียงเพลงน่าจะมีความสุขกับการฟังเพลงกันมากยิ่งขึ้น หลังจากได้อ่านข้อมูลด้านล่างนี้ เพราะเว็บไซต์ Reader’s digest เขาได้นำ 9 ประโยชน์ด้านสุขภาพจากการฟังเพลงมาบอกต่อ ซึ่งก็จะทำให้คุณ ๆ ได้รู้ว่า การฟังเพลงไม่ได้แค่ช่วยให้รู้สึกครื้นเครงเท่านั้นจริง ๆ

  1. คลายความเครียด

ใคร ๆ ก็รู้ว่าดนตรีช่วยให้เราอารมณ์ดีขึ้น ยิ่งได้ฟังเพลงโปรดก็ยิ่งแฮปปี้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า แต่นอกจากความฟินที่ได้ฟังเพลงเพราะแล้ว งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ยังเน้นย้ำให้แน่ใจอีกด้วยว่า การฟังเพลงโปรดช่วยคลายความเครียด ลดความกดดัน และคลายความกังวลในจิตใจได้เป็นอย่างดี อ้างอิงโดยการทดลองกับกลุ่มผู้ป่วย ICU นั่นเอง

  1. ลดความอ้วนด้วยดนตรีจังหวะนุ่มนวล

สำหรับคนที่กำลังอยู่ในช่วงไดเอต และอยากจำกัดปริมาณการรับประทานอาหารของตัวเอง อย่างนี้ต้องจัดฉากโรแมนติก กินข้าวเคล้าเสียงเพลงคลาสสิค เพลงแจ๊ส หรือเพลงจังหวะเบา ๆ สักหน่อยแล้วล่ะค่ะ เพราะวารสารด้านจิตวิทยาได้รายงานผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยคอร์เนลเอาไว้ว่า เหล่าคนที่กินข้าวเคล้าเสียงเพลงจังหวะนิ่ม ๆ จะกินอาหารได้น้อยลงกว่า 18% จากปกติเชียวล่ะ

  1. กระตุ้นแรงบันดาลใจด้วยเพลงมีจังหวะ

ในขณะที่เพลงจังหวะเนิบช้าช่วยลดความอยากอาหาร มหาวิทยาลัยนอร์ธัมเบรียก็แสดงผลวิจัยตีคู่กันมาว่า เสียงเพลงในจังหวะเร็วขึ้นมาอีกนิดจะช่วยกระตุ้นความตื่นตัว เสริมแรงบันดาลใจที่ทำท่าว่าจะมอดดับของคุณให้กลับมามีพลังอีกครั้งได้ด้วย โดยผลลัพธ์ที่ได้ก็เกิดจากการทดสอบของกลุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มทำงาน ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจแห่งความเครียดชิ้นหนึ่งและพบว่า เขาเหล่านี้จะทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่าตอนที่ยังไม่ได้ฟังเพลง

  1. ช่วยให้การสูบฉีดเลือดคล่องตัวขึ้น

นักวิจัยชาวดัตช์ได้เผยผลวิจัยในการประชุมของสมาคมโรคหัวใจแห่งยุโรป เมื่อปี 2003 ว่า ผู้ป่วยที่ฟังเพลงโปรดวันละ 30 นาทีเป็นประจำในขณะที่ออกกำลังกาย จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เพิ่มกรดไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ตัวช่วยขยายหลอดเลือดให้เลือดเดินสะดวกยิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจในเวลาต่อมา

  1. ยิ่งร้องประสานเสียงยิ่งมีความสุขได้อีก

ในจำนวนผู้ทดลอง 375 คน แบ่งเป็นกลุ่มนักร้องประสานเสียง นักร้องเดี่ยว และกลุ่มนักกีฬาเป็นทีม ผลวิจัยของประเทศอังกฤษก็พบว่า กิจกรรมที่ทำร่วมกันเป็นทีมจะมอบความสุขให้กลุ่มผู้ทดลองได้มากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มนักร้องประสานเสียง ซึ่งสามารถวัดระดับความสุขได้สูงกว่ากลุ่มอื่น ๆ ทั้งนี้นักวิจัยก็อธิบายเพิ่มเติมว่า การได้ทำอะไรร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ความสามัคคี ความรู้สึกว่าเราเป็นทีมเดียวกัน จะส่งเสริมให้ทุกคนมีกำลังใจและมีความสุขมากขึ้น และยิ่งมีเสียงเพลงคอยขับกล่อมด้วยแล้ว ความสุขใจก็ทบทวีคูณเป็นสองเท่าเลยจ้า

  1. ลับสมองด้วยทักษะดนตรี

วารสารประสาทวิทยาแสดงผลวิจัยที่เกี่ยวข้องกับดนตรีกับประสิทธิภาพการทำงานของสมองให้ได้รู้ทั่วกันว่า คนที่มีทักษะการเล่นดนตรีชนิดใดชนิดหนึ่งตั้งแต่ยังเด็ก หรือแม้จะเพิ่งเริ่มเล่นดนตรีในช่วงวัยรุ่นก็ตาม มีแนวโน้มคงประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้ยาวนานกว่าคนที่ชีวิตนี้ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับดนตรีเลย อีกทั้งนักดนตรีทั้งหลายยังมีทักษะการแยกแยะและตอบสนองต่อเสียงได้ยอดเยี่ยมอีกต่างหาก

  1. เสียงเพลงเรียกร้องความร่วมมือจากเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี

คุณพ่อคุณแม่คนไหนที่อยากหล่อหลอมให้ลูกรักมีจิตใจอ่อนโยน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์ และว่านอนสอนง่าย นักวิจัยจากประเทศอังกฤษก็แนะนำให้ส่งลูก ๆ เข้าเรียนดนตรีตั้งแต่ยังเล็ก ๆ ไปเลยค่ะ เพราะเสียงเพลงจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้เด็ก ๆ เกิดความอ่อนโยน มีสมาธิมากขึ้น และมีแนวโน้มเป็นเด็กเก่งที่มีน้ำใจเอื้อเฟื้อให้เพื่อน ๆ ด้วย

  1. ชะลออารมณ์หงุดหงิดของคนขับรถ

ทุกคนที่ใช้รถใช้ถนนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า การขับรถเป็นวิธีสร้างอารมณ์ฉุนเฉียวให้เราได้มากมายขนาดไหน ก็แหม เดี๋ยวรถคันนั้นก็ปราดหน้า เดี๋ยวก็มอเตอร์ไซค์แซงซ้ายแซงขวาฉวัดเฉวียน แค่คิดก็พาอารมณ์ขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะคะ แต่งานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารการยศาสตร์ เมื่อปี 2013 ก็ชี้แนะวิธีลดความโกรธของผู้ขับขี่โดยให้ผู้ขับขี่เปิดเพลงโปรดฟังคลอการขับขี่ไปเรื่อย ๆ แค่นี้ก็จะสามารถควบคุมอารมณ์และการขับขี่ของตัวเองได้อย่างชิล ๆ มากกว่าเดิมแล้ว

  1. ควบคุมโรคมะเร็งในเด็กได้อยู่หมัด

โรงพยาบาลเพื่อการวิจัยเด็กเซนต์จูด (St. Jude Children’s Research Hospital) ได้เผยผลการทดลองว่า กลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นที่ทำการรักษาด้วยดนตรี มีแนวโน้มควบคุมการขยายตัวของโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่กำลังอยู่ในช่วงปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ที่ได้เรียนรู้การเขียนเพลงและการทำมิวสิควิดีโอ เนื่องจากโลกแห่งเสียงดนตรีจะช่วยเยียวยาความรู้สึก และป้องกันปัจจัยภายนอกที่จะเข้ามาบั่นทอนผู้ป่วยให้หมดกำลังใจในการรักษาได้ และเมื่อผู้ป่วยมีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้นก็มีโอกาสต่อสู่โรคมะเร็งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพขึ้นนั่นเอง

เสียงเพลงทำให้ออกกำลังกายได้อึดขึ้น

Thursday, December 29th, 2016

%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%97

 

เพลงแดนซ์ (dance) ช่วยเพิ่มอัตราการหายใจให้ถี่ขึ้นได้ และมีแนวโน้มกลับเข้าสู่สภาวะปกติเมื่อถึงช่วงใกล้จบเพลง ขณะที่อัตราการเต้นของหัวใจร่างกายจะตอบสนองตามจังหวะของเสียงเพลง คือ เมื่อฟังเพลงที่มีจังหวะเร็ว หัวใจก็จะเต้นเร็วหรือทำงานหนักขึ้น ส่วนเพลงจังหวะช้า หัวใจก็จะเต้นช้าตามไปด้วย  ชนิดของเพลงก็มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ เช่น เพลงกระตุ้น คือ ร็อค , แร็พ , ฮิพฮอพ และเพลงแดนซ์ เพลงเหล่านี้จะส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น แต่ถ้าเป็นเพลงผ่อนคลายอย่าง เพลงแจ๊ซหรือเพลงคลาสสิค รวมทั้งเพลงบรรเลง สามารถช่วยลดการทำงานของหัวใจได้ ถ้าสามารถนำประเภทและประโยชน์ของเพลงไปปรับใช้กับการออกกำลังกายของผู้รักสุขภาพได้อย่างเหมาะสมคงจะดีไม่น้อย

ประโยชน์ของเพลงในการออกกำลังกายยังมีผลต่อความอดทนของร่างกายด้วยเช่นกัน นักวิจัยหลายคนได้ศึกษาผลของเพลง พบว่าเพลงช่วยเพิ่มความอดทนของกล้ามเนื้อในการลุก-นั่ง (Sit-up) และการดันพื้น (Push up) สำหรับการเดินฟังเพลงนั้น เพลงจะช่วยให้การเดินมีอัตราที่เร็วขึ้น รวมทั้งเพลงยังช่วยเพิ่มระยะเวลาในการออกกำลังกายโดยการเดินหรือการวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า ซึ่งการฟังเพลงจังหวะช้าๆ เสียงเบาๆ จะทำให้เราออกกำลังกายได้นานกว่าการฟังเพลงจังหวะเร็วและเสียงดัง

ผลการวิจัยพบว่า การฟังเพลงคัดสรรหรือเพลงที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น เมื่อเทียบกับการฟังเพลงที่ชอบและการไม่ฟังเพลงขณะออกกำลังกาย สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายด้วยเพลงคัดสรรสามารถเพิ่มระยะเวลาในการปั่นจักรยานให้นานขึ้น ส่วนผู้ที่ไม่ออกกำลังกายการฟังเพลงไม่สามารถเพิ่มระยะเวลาในการปั่นจักรยานให้นานขึ้นได้ นอกจากผลการวิจัยของคนไทยแล้วผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบรูเนลในอังกฤษ ได้ทดลองให้อาสาสมัคร 30 คน ฟังเพลงประเภทไหนก็ได้พร้อมทั้งออกกำลังกายไปด้วย ผลปรากฏว่าอาสาสมัครสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 15 ซึ่งเป็นประโยชน์ในการช่วยให้คนอ้วนหรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจสามารถอดทนที่จะทนออกกำลังกายได้นานขึ้น นอกจากนั้นผลการศึกษายังพบว่าเพลงที่เหมาะกับการกระตุ้นให้คนออกกำลังกายจะต้องเป็นเพลงที่มีจังหวะความเร็วประมาณ 120-140 บีทต่อนาที

Top 10 เพลงแดนซ์ยอดฮิตประจำผับ

Tuesday, November 15th, 2016

%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%97หลายๆ เพลงแดนซ์ที่ออกมาใหม่ให้เราเต้นแต่ละเพลงเรียกได้ว่าเต้นกันยับไม่น้อยไปกว่าเพลงเก่าๆ เลยนะคะ ไม่ว่าจะตั้งแต่ระดับโยกแค่เอวเบาๆ ไปจนถึงโยกจนหัวยุ่ง ในปุจจุบันนี้มีเพลงแดนซ์สุดฮิตประจำผับเพลงไหนบ้างที่เข้ารอบ Top 10 มาดูกันค่ะ

  1. New Thang – Redfoo

ขอยืนยันว่าไม่มีเพลงไหนจะดังในหมู่ขาแดนซ์ไปเท่าเพลงนี้อีกแล้ว ดีเจสาวสวยจากแดนกิมจิอย่าง “ดีเจโซดา” ที่ทำให้แฟนเพลงชาวไทยได้รู้จักกับเพลงแดนซ์สุดมันเพลงนี้

  1. Worth It – Fifth Harmony

เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเพลงสากลหรือเพลงไทย เกาหลี จีน ก็ต้องเคยได้ยินเพลงนี้แน่นอน ผู้หญิงมาทำเพลงแดนซ์แนวอาร์แอนด์บี พร้อมกลิ่นอายแบบเอเชียนิดๆ ให้กลับมาบูมในผับทั่วโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจเป็นที่สุด

  1. Twerk It Like Miley – Brandon Beal

ถึงแม้หากมองหาข้อมูลจะพบว่าไม่ใช่เพลงที่เพิ่งปล่อยในปีนี้ แต่ด้วยความที่เป็นเพลงที่ถูกนำมาใช้ในไวรัลคลิปชื่อดังอย่าง #dontjudgechallenge หรือคลิปที่แต่งหน้าแย่ๆ ให้ตัวเองดูไม่ได้ ออกมาอีกทีสวยหล่อเป๊ะ พอคลิปต้นฉบับใช้เพลงนี้คลิปคนอื่นเลยใช้เพลงนี้ตาม

  1. GDFR – Flo Rida (Feat. Sage The Gemini and Lookas)

                หลายคนไม่ค่อยทราบว่าเพลงนี้ชื่ออะไร แต่เราจะได้ยินเพลงนี้ไม่ใช่แค่ในผับ จะเป็นตามร้านอาหารที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแม้กระทั่งวงเหล้าข้างบ้าน ได้ฟีลแบบแก๊งสผิวคล้ำนิดๆ แว่นดำ กับสร้อยทองเส้นโต

  1. Lean On – Major Lazer & DJ Snake

เพลงนี้ไม่ได้มีชื่อเสียงแค่ในกลุ่มขาแดนซ์เท่านั้น เพราะถึงแม้ว่าคุณจะเป็นขาร็อค หรือขาเพลงอินดี้ คุณก็ต้องเคยได้ยินเพลงนี้แน่นอน เปิดเมื่อไหร่ทุกคนในผับก็จะพร้อมใจกันร้องตาม ใครร้องไม่ได้ก็โยกตามได้ เพราะจังหวะในเพลงเหมาะกับการโยกในแบบพอดีๆ ไม่ช้า ไม่เร็วจนเกินไป

  1. Tremor – Dimitri Vegas & Like Mike, Martin Garrix

ขาแดนซ์ตัวจริงไม่มีใครไม่เคยได้ยินเพลงนี้แน่นอน แค่อินโทรขึ้นท่าเต้นก็ออกแล้ว พกความเป็น EDM มาแบบ 100%

  1. How Deep Is Your Love? – Calvin Harris & Disciples

เพลงนี้เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงตั้งแต่ยังไม่มีปล่อยออกมา เพราะมีข่าวว่าได้นางแบบวัยรุ่น Gigi Hadid มาเป็นนางเอกมิวสิควิดีโอให้ ซึ่งเธอทำออกมาได้เซ็กซี่น่ารักแบบธรรมชาติ

  1. Zedd – I Want You To Know (Feat. Selena Gomez)

เพลงแดนซ์สนุกๆ เนื้อหาปลอดภัยไร้คำหยาบ แถมเป็นเพลงไว้เต้นกับเพื่อนๆ หรือหนุ่มๆ ได้สวยๆ จึงทำให้เพลงนี้เป็นเพลงที่เหล่าขาแดนซ์ผู้หญิงจะชอบมากเป็นพิเศษ

  1. Hey Mama (Official Video) – David Guetta (Feat. Nicki Minaj, Bebe Rexha & Afrojack)

ได้ยินเพลงนี้ก็ต้องลุกจากเก้าอี้มาแดนซ์กันแน่นอน ด้วยความเป็นเพลงที่มีหลายจังหวะ ทั้งช่วงโยกเบาๆ แบบเซ็กซี่ๆ หรือจะปรบมือเป็นจังหวะกันอย่างพร้อมเพรียง ทำให้เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงขวัญใจคนฟังและดีเจ

  1. Justin Bieber – What Do You Mean?

ผลงานล่าสุดถึงกับพูดว่าเป็น “ดนตรีแห่งอนาคต” กันเลยทีเดียว นอกจากจะฟังติดหูง่ายแล้วเนื้อหาที่พูดถึงเรื่องปากอย่างใจอย่างของผู้หญิงยังโดนใจวัยรุ่นหลายๆ คนอีกด้วย

รวม 10 เพลงสุดฮิตของ David Guetta

Tuesday, October 4th, 2016

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-6

หากพูดถึงเพลงแนว EDM ทุกคนคงนึกถึงเพลงแดนซ์สุดมันที่เปิดตามสถานที่ท่องเที่ยวตอนกลางคืนต่างๆ ที่ถูกรังสรรค์โดยฝีมือของดีเจชั้นนำทั่วโลก แต่คนไทยจำนวนมากกลับได้ยินชื่อของ David Guetta ดีเจหนุ่มชาวฝรั่งเศส บ่อยกว่าดีเจคนอื่นๆ เพราะหน้าตาเหรอ? ก็ไม่แน่ แต่ที่แน่ๆ เพราะ “เพลง” ของเขาต่างหาก ที่เปิดเมื่อไร คนต้องร้องเฮกันเมื่อนั้น

  1. Titanium (feat. Sia) เชื่อว่าทุกคนต้องเคยฟังเพลงนี้แน่ๆ (ถูกนำไปใช้ประกอบโฆษณาด้วยนะ) นอกจากเป็นเพลงฮิตติดผับแล้ว ยังเป็นเพลงที่ผู้เข้าประกวดร้องเพลงมักหยิบไปโชว์พลังเสียงในรายการต่างๆ มากที่สุดเพลงหนึ่งอีกด้วย ทั้งเนื้อร้องดี จังหวะดี ดนตรีดีแบบนี้ ไม่แปลกที่จะฮอตฮิตติดลมบนมาหลายปีขนาดนี้
  2. Without You (feat. Usher) นี่ก็เป็นอีกเพลงที่ไปที่ไหนเราก็ต้องเคยได้ยิน ดนตรีล้ำๆ ท่อนเพลงสั้นๆ ร้องตามกันได้ง่ายๆ เป็นองค์ประกอบสำคัญของเพลงแดนซ์ยอดฮิตของบ้านเราและทั่วโลก ยิ่งได้เสียงหนุ่มอัชเชอร์มาร้องให้ ยิ่งทำให้เพลงนี้บาลานซ์ EDM และเสียงแบบ R&B ได้ดีเลยทีเดียว
  3. Club Can’t Handle Me (feat. Flo Rida) บางคนอาจไม่ค่อยคุ้นชื่อเพลงนี้มาก แต่หากเนื้อเพลงขึ้นปุ๊บ คุณต้องร้องอ๋อทันที เป็นเพลงอีกหนึ่งเพลงฮิตประจำผับที่ดีเจคนอื่นๆ มักนำไปเปิดและรีมิกซ์กับเพลงอื่นๆ ตลอดเวลา ฟังทีไรก็นึกถึงบรรยากาศในผับทุกทีเลยสิน่า
  4. Turn me On (feat. Nicki Minaj) เห็นชื่อคนที่มาร้องฟีตเจอริ่งด้วย ก็ไม่ต้องแปลกใจหรอกว่าทำไมเพลงนี้ถึงฮอตฮิตได้ขนาดนี้ เพราะไต่อันดับได้สูงสุดถึงอันดับ 4 ใน US Billboard Chart เท่ากับเพลง ‘Without You’ เลยนะ ยิ่งได้เสียงแร็ปเปอร์สาวสุดฮอตแห่งปีมาช่วยร้องให้ด้วย ใครได้ยินแล้วไม่แดนซ์ก็ให้มันรู้ไป
  5. Bad (feat. Vassy) เพลงนี้นอกจากได้ฝีมือ David Guetta แล้ว ยังได้ดีเจชาวดัชท์อย่าง Showtek มาช่วยโปรดิวซ์ด้วย เห็นแค่ชื่อเพลงอย่าเพิ่งกดข้าม ฟังให้ถึงช่วงดนตรีเสียก่อน เพราะคุณจะรู้เลยว่า “อ๋อ ท่อนนี้นี่เอง ที่ดีเจในผับเปิดกันอยู่บ่อยๆ”
  6. She Wolf (Falling to Pieces) (feat. Sia) เป็นอีกเพลงที่ David Guetta ได้ร่วมงานกับเจ้าแม่แต่งเพลงสุดเก่ง เจ้าของเพลงฮิตมากมายอย่าง Sia เพลงนี้ก็เลยกลายเป็นอีกเพลงฮิตเพลงหนึ่งที่เปิดเมื่อไร คนก็แดนซ์กันยับเมื่อนั้น นอกจากดนตรีที่น่าเต้นแล้ว เสียงของนักร้องก็ยังน่าฟังอีกด้วย โบนัสสองเท่า
  7. Love Is Gone (feat. Christ Willis) เพลงนี้ถึงจะเก่า ปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 2007 แต่เชื่อไหมว่า เพลงนี้ก็ยังเป็นอีกเพลงหนึ่งที่แฟนๆ David Guetta ชอบหยิบมาเปิดฟังกันอยู่บ่อยๆ เพราะนอกจากจะแดนซ์กันได้มันเหมือนเคยแล้ว ยังแฝงความรู้สึกของ gentleman dance แบบเท่ๆ เหมือนแดนซ์อยู่กับเพลงของ Michael Jackson เวอร์ชั่นรีมิกซ์เลยทีเดียว
  1. Sexy B**ch (feat. Akon) ไม่ว่าชื่อเพลงจะเป็นชื่อนี้ หรือชื่อ Sexy Chick (ในเวอร์ชั่นสุภาพขึ้นมาอีกนิด) ก็เจ๋งและแดนซ์ได้มันหยดไม่แพ้กัน อินโทรเพลงขึ้นปุ๊บ ท่าเต้นบิดเอว โยกเบาๆ ซ้ายขวา และส่งสายตาเย้ายวนให้กับผู้ชายต้องมา เพลงนี้แต่งขึ้นมาเพื่อสถานการณ์แบบนี้โดยเฉพาะ
  2. Hey Mama (feat. Nicki Minaj & Afrojack)

เห็นรายชื่อคนที่ร่วมงานในเพลงนี้ด้วยแต่ละคน ก็การันตีได้เลยว่าเพลงนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน แล้วก็ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย เสียงของสาว Nicki Minaj ในเพลงนี้ชัดเจนได้ใจ และเข้ากันกับดนตรี EDM ได้อย่างเพอร์เฟ็ค ไหนจะหนีบ Afrojack มาช่วยสร้างความมันให้กับเพลงนี้อีก ถือเป็นหนึ่งในเพลง EDM สุดฮิตแห่งปี 2015 จริงๆ

  1. Dangerous (feat. Sam Martin) ขึ้นต้นด้วยเสียงเปียโนสุดคลาสสิก แต่พอเสียงนักร้องสไตล์ R&B มาเมื่อไร ทุกคนก็พร้อมลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที ถึงแม้เพลงนี้จะไม่ได้แดนซ์กันยับ ด้วยจังหวะของดนตรีได้แค่พอโยกเบาๆ เท่านั้น แต่ด้วยซาวนด์ดนตรีเท่ๆ ล้ำๆ ทำให้เพลงนี้เหมาะสำหรับเปิดอุ่นเครื่อง หรือปิดท้ายค่ำคืนปาร์ตี้ได้ดีเลยทีเดียว ถ้าฟังแล้วจะนึกถึงสไตล์เพลงของหนุ่ม Chris Brown ขึ้นมาบ้าง ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเขาช่วยแต่งเพลงนี้ด้วยนั่นเอง